Click to Watch in HD > บทสวด พาหุงแปล มีดลตรีประกอบเพราะมาก

Watch พุทธชัยมงคลคาถา แปลว่า คาถาว่าด้วยชัยชนะอันเป็นมงคลของพระพุทธเจ้า หรือบทถวายพรพระ มักจำกันง่ายๆ ตามคำขึ้นต้นว่า.... “คาถาพาหุง”                 เป็นบทสวดที่ได้ยินได้ฟังบ่อยครั้ง เพราะในงานบำเพ็ญบุญต่างๆ พระท่านจะสวดบทนี้เป็นประจำ เชื่อกันว่าเป็นบทสวดมีอานิสงส์มากนำสิริมงคลมาให้แก่ผู้ฟังและผู้สวด ว่าไปแล้วความขลังของบทสวดนี้ หากพิจารณาให้ดีอยู่ที่สารธรรม คือพุทธวิธีที่ทรงเอาชนะมารแต่ละครั้งต่างหาก เพราะชัยชนะแต่ละครั้งพระองค์มิได้ทรงใช้กำลังทางกายเข้าห้ำหั่นให้แต่ละฝ่ายต้องเสียเลือดเนื้อ แต่ทรงใช้คุณธรรมของพระองค์เอง คือ พระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระกรุณาคุณ จึงเป็นชัยชนะที่ไม่มีก่อเวรก่อภัยกับใคร ส่งผลให้ผู้แพ้หันมายอมรับนับถือพระองค์ด้วยใจจริง                 ความเป็นมาของผู้แต่งบทคาถาบทนี้ มีท่านผู้รู้กล่าวไว้หลายความเห็น เช่น แต่งโดยพระมหาพุทธสิริเถระ ผู้รจนาคัมภีร์ฎีกาพาหุง ประมาณปี พ.ศ. ๒๐๐๖, แต่งโดยพระเถระชาวลังกา เพราะพระลังกาก็สวดคาถานี้ได้ แต่ตำนานที่ชาวไทยให้ความเลื่อมใสพร้อมใจนำไปสวด คือ ตำนานที่หลวงพ่อจรัญท่านเล่าไว้ มาใช้อ้างอิงดังต่อไปนี้ พบสมเด็จพระพนรัตน์ในฝัน            บทสวดพุทธชัยมงคลคาถา หรือพาหุง มหากาฯ หลวงพ่อจรัญ ท่านกล่าวว่า ได้ตำราเก่าแก่ครั้งกรุงศรีอยุธยา เป็นใบลานทองคำจารึกของสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว ปัจจุบันเรียกว่าวัดใหญ่ชัยมงคลได้รจนาถวายพระพรชัยมงคลคาถาแด่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช การที่ท่านทราบและได้ตำรานี้ เกิดจากนิมิตที่ท่านกำหนดจิตในพระกรรมฐานอยู่เสมอแม้แต่ในเวลาจำกัด                 โดยท่านเล่าว่า มีอยู่คืนหนึ่ง เมื่อจำวัดแล้วฝันไปว่า ได้เดินไปในที่แห่งหนึ่ง พบภิกษุรูปหนึ่งครองจีวรคร่ำคร่า สมณสารูปน่าเลื่อมใส เมื่อเห็นว่าเป็นพระอาวุโสผู้รู้รัตตัญญู หลวงพ่อจรัญจึงน้อมนมัสการท่าน ภิกษุรูปนั้นหยุดยืนอยู่ตรงหน้า แล้วกล่าวกับหลวงพ่อว่า... “ฉันคือสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว แห่งกรุงศรีอยุธยา ฉันต้องการให้เธอได้ไปที่วัดใหญ่ชัยมงคลเพื่อดูจารึกที่ฉันได้จารึกถวายพระเกียรติแด่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชผู้เป็นเจ้าเนื่องในวาระที่สร้างเจดีย์ฉลองชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชแห่งพม่าและประกาศความเป็นอิสระของประเทศไทย จากกรุงหงสาวดีเป็นครั้งแรกเธอไปดูแล้วจดจำมาเผยแพร่ออกไป ถึงเวลาที่เธอจะได้รับรู้แล้ว”   อัศจรรย์ใจพบคัมภีร์ใบลานทองคำตามนิมิต                 หลวงพ่อจรัญเล่าต่อไปว่า เมื่อทราบว่าเป็นสมเด็จพระพนรัตน์จึงรับปากท่านในฝัน สมเด็จฯ ก็บอกตำแหน่งให้ พอรุ่งเช้าจึงทบทวนฝันว่า เรานั้นกำหนดจิตด้วยกรรมฐาน มีสติอยู่เสมอ เรื่องฝันฟุ้งซ่านเป็นไม่มีและในวันนั้นหลวงพ่อก็ได้ข่าวว่า กรมศิลปากรได้บรูณะปฏิสังขรณ์พระเจดีย์ใหญ่วัดชัยมงคลแล้วเสร็จ จะทำการบรรจุบัวยอดพระเจดีย์ จึงได้ขอร้อง ดร.กิ่งแก้ว อัตถากร ช่วยพูดกับนายภิรมณ์ ชินเจริญ ผู้ควบคุมงาน ให้เลื่อนการปิดยอดบัวไปอีกวันหนึ่ง เพื่อนำพระซุ้มเสมาชัย ซุ้มเสมาขอไปบรรจุไว้ที่ยอดพระเจดีย์ด้วย และในวันต่อมาเมื่อหลวงพ่อเดินทางไปถึง ท่านเล่าว่าได้เดินขึ้นไปบนเจดีย์ตอนชั้นบนที่สุดบันไดแล้ว มองเห็นโพรงที่เขาทำไว้สำหรับลงไปด้านล่าง มีร้านไม้พอไต่ลงไปภายในตั้งใจเด็ดเดี่ยวว่าลงไปคราวนี้ ถ้าพลาดตกลงไปจากนั่งร้านไม้ก็ยอมตาย คนที่เดินทางมาด้วยมัวแต่ไปบนลานชั้นบนแต่หลวงพ่อตรงดิ่งลงไปชั้นล่างตามที่สมเด็จฯ ท่านบอกที่เก็บคัมภีร์ใบลานทองคำเอาไว้ มีไฟฉายดวงหนึ่งขณะนั้นประมาณ ๐๙.๐๐ น.เมื่อลงไปถึงที่แล้วก็พบคัมภีร์ดังที่สมเด็จพระพนรัตน์ท่านได้บอกไว้จริงๆ     ชีวิตก้าวหน้า เพราะรักษาสัจจะ                 จากเรื่องที่หลวงพ่อเล่ามานั้น อาจมีหลายท่านคลางแคลงใจว่าเป็นจริงหรือไม่ หรือเพื่อให้คนมีศรัทธาสวดมนต์มากขึ้น ทำไมหลวงพ่อไม่นำคัมภีร์นั้นออกมาให้ดู ซึ่งเรื่องนี้หลวงพ่อท่านกล่าวว่า คัมภีร์ใบลานทองคำจารึกบทสวดมนต์ชัยมงคลคาถา ท่านให้สัญญากับสมเด็จฯ ไว้ว่าจะไม่ให้ใครดู มิเช่นนั้นตัวท่านจะถึงแก่มรณภาพ และยังย้ำอีกว่า ใครจะเชื่อหรือไม่ ไม่เป็นไร แต่ท่านเชื่อหมื่นเปอร์เซ็นต์ เพราะท่านฝันเอง โดดลงไปในโพรงนี้เอง จนได้คัมภีร์ตามที่สมเด็จพระพนรัตน์มาเข้าฝันบอก                 นับแต่นั้นมา หลวงพ่อจึงแนะนำญาติโยมให้สวดพาหุง มหากาเพราะเป็นบทสวดมนต์ที่มีค่าที่สุด มีผลดีที่สุด เป็นชัยชนะอย่างสูงสุด ที่พระพุทธองค์ทรงได้มาด้วยอิทธิปาฏิหาริย์ และด้วยอำนาจแห่งบารมีธรรม ผู้ใดสวดเป็นประจำ จะมีแต่ชัยชนะ มีความเจริญรุ่งเรื่อง ตลอดกาลนาน มีสติระลึกได้ จะตายก็ไปสู่สุคติภูมิ ความเป็นมาที่หลวงพ่อจรัญว่าไว้ ผู้อ่านจะมีความเห็นประการใดก็อยู่ที่วิจารณญาณของท่านเอง แต่ผู้เรียบเรียงอยากกล่าวว่า ถ้าหลวงพ่อท่านเป็นคนเหลวใหลไร้สัจจะแล้ว ไฉนเลยท่านจะพัฒนาวัดอัมพวันที่เกือบจะร้างให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างได้ ในส่วนตัวของท่านก็มีความเจริญก้าวหน้าทั้งในหน้าที่การงานทางคณะสงฆ์ นับแต่เป็นเจ้าอาวาสวัดอัมพวันจนถึงขั้นเป็นเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี ในด้านสมณศักดิ์ ก็ได้รับพระราชทานตั้งและเลื่อนขึ้นเป็นลำดับถึงขั้นดำรงสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นธรรมที่พระธรรมสิงหบุราจารย์ และประชาชนให้ความเคารพเลื่อมใสว่าเป็นสุดยอดพระวิปัสสนาจารย์ผู้สอนกรรมฐานได้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งปฏิบัติตามได้จริง ...

Youtube Channel / รวมคลิปธรรมะ นักแหล่ นักร้อง นักรํา
Loading